ชัดแจ้ง! ‘ราฟา’ กล่าวถึงความแตกต่างระหว่าง ‘ป็อกบา-เจอร์ราร์ด’

ราฟาเอลเบนิเตซผู้จัดการทีมทีมนิวคาสเซิลออกมาเปรียบระหว่างพอลป็อกบากองกลางของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดกับสตีเวนเจอร์ราร์ดอดีตกัปตันทีมหงส์แดง…
สำนักข่าวต่างชาติรายงานวันที่ 20 เดือนพฤศจิกายนว่าราฟาเอลเบนิเตซผู้จัดการทีมฟุตบอล “สาลิกาดง” นิวคาสเซิลยูไนเต็ดเปิดเผยพอลป็อกบามิดฟิลด์ตัวตัดผมของ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นนักฟุตบอลที่สุดยอดแต่ว่ายังไม่ถึงระดับท็อปคลาสอย่างสตีเวนเจอร์ราร์ดอดีตมิดฟิลด์กัปตันทีม“ลิเวอร์พูล” หงส์แดง
ป็อกบากลับมาลงในสนามช่วยผีแดงอีกรอบหลังได้รับบาดเจ็บไปกว่า 2 เดือนและก็ซัดไป1 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์ช่วยทำให้ผีแดงกระหน่ำสาลิกาดง 4-1 เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาพร้อมคว้าตำแหน่งแมนออฟเดอะแมตช์ไปครอบครอง
เบนิเตซพูดว่า “ไม่นะผมรู้สึกว่าพวกเขาแตกต่างกันเจอร์ราร์ดเป็นนักฟุตบอลระดับท็อปคลาสมานับเป็นเวลาหลายปีแล้วเขาเป็นนักฟุตบอลที่มีความสม่ำเสมอสูงมากและก็สามารถสร้างความต่างได้ในทุกเกมทั้งยังในยามที่มีบอลหรือไม่มีบอลเขาเป็นนักฟุตบอลระดับท็อปส่วนป็อกบาเป็นนักฟุตบอลที่สุดยอดแต่ว่าเขาจะต้องมีความสม่ำเสมอต่อเนื่องกันเป็นเวลา 10 หรือ 15 ปีแบบเจอร์ราร์ดอย่างไรก็แล้วแต่ป็อกบาไม่ใช่นักฟุตบอลของผมโดยเหตุนี้ผมไม่จำเป็นที่จะต้องบอกอะไรเกี่ยวกับเขามากสักเท่าไรนักหรอกเขาเป็นนักฟุตบอลที่สุดยอดของยูไนเต็ด”

‘เจอร์ราร์ด’ ชี้! หงส์แดงอาจวืดแชมป์พรีเมียร์ลีก เพราะเหตุผลเดียว

สตีเวน เจอร์ราร์ด ตำนานกัปตันทีมลิเวอร์พูล ระบุ หงส์แดง บางทีอาจชวดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูนี้ เพราะเหตุผลเดียว….

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 29 กันยายน ว่า สตีเวน เจอร์ราร์ด อดีตมิดฟิลด์กัปตันทีม “ลิเวอร์พูล” หงส์แดง ระบุ อดีตต้นสังกัดดูเหมือนจะขาดประสบการณ์ในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เจอร์ราร์ด เกือบจะพาทีมลิเวอร์พูลครอบครองแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อฤดูกาล 2013-14 แม้กระนั้นท้ายที่สุดจบเพียงแค่รองแชมป์ โดยเจอร์ราร์ดมองว่าทีมชุดปัจจุบันนี้นั้นดียิ่งกว่าทีมชุดนั้น แม้กระนั้นมีความเหมือนกันเป็นขาดประสบการณ์เมื่อถึงจุดจุดหนึ่งสำหรับเพื่อการลุ้นแชมป์

“ผมมีความรู้สึกว่าอย่างเดียวที่จะทำให้พวกเขาไปไม่ถึงจุดนั้นเป็นเรื่องของประสบการณ์ ผมรู้สึกมาตลอดว่าเมื่อพวกเราพยายามที่จะคว้ามันมาครอบครอง พวกเราเหมือนขาดความแน่ชัดสักอย่างในบางจุด ผมกำลังมองหาอยู่ แม้กระนั้นในขณะนี้ผมไม่เห็นข้อเสียอะไรเลย เมื่อขุมกำลังของพวกเขาเต็มสูบอย่างนี้ ทุกคนฟิต และก็สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ผมมีความคิดว่าทีมนี้แข็งแกร่งกว่าทีมที่ผมเล่นด้วย มันเป็นขุมกำลังที่เยี่ยมที่สุดของลิเวอร์พูลในระยะเวลาอันยาวนาน” เจอร์ราร์ด กล่าว

เกาะติดขอบสนามฟุตบอลโลก เดนมาร์ก – เปรู

ทีมเดนมาร์กเกาะติดขอบสนามฟุตบอลโลก เดนมาร์ก – เปรู ปะทะกับ  เจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟา ทำให้ อาเก ฮาไรเด กุนซือทีมชาติเดนมาร์กเอา ลาสเซ โชน ลงมาตั้งฟอร์มเกมตรงกลางแทน ซึ่งฟอร์มเกมทำท่าจะมีประตูเกิดขึ้นเมื่อนาที 44 ยูสซูฟ โพลเซน ไปเกี่ยวคริสเตียน กูเอบา ล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินได้สัญญาณจากวีดิโอช่วยตัดสินหรือวีเออาร์ เป่าเป็นจุดโทษก่อน แต่สุดท้ายกลับยิงข้ามคานออกไปแบบไม่ได้ลุ้น

จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกัน 0-0 ครึ่งหลังทั้งสองทีมยังผลัดกันรุกรับอย่างสนุก จนนาที 59 แฟนเดนมาร์ก ได้เฮกันลั่น จากจังหวะสวนกลับที่ คริสเตียน อีริกเซน พาบอลขึ้นมาจากกลางสนาม ก่อนจ่ายทะลุช่องให้ ยูสซูฟ โพลเซน หลุดเข้าไปยิงเป็นประตูขึ้นนำ 1-0 หลังโดนนำเปรู พยายามบุกทวงประตูคืน นาที 61 กูเอบา ได้จังหวะยิงโ่ล่งในกรอบเขตโทษ แต่ยังถูกปฏิเสธ โดย แคสเปอร์ ชไมเคิ ช่วงเวลาที่เหลือ เปรู ยังโหมบุกหนัก แต่สุดท้ายยังเป็น แคสเปอร์ ชไมเคิล ที่โชว์ฟอร์มซูเปอร์เซฟ ได้ทั้งหมด จบ 90 นาที เดนมาร์ก เฉือนชนะ เปรู 1-0 เก็บ 3 แต้มแรกได้สำเร็จ

ทัพอุรุกวัย ชิงชัยกับทัพ โปรตุเกส 2-1 เข้าชนฝรั่งเศส

ทัพอุรุกวัย ชิงชัยกับทัพ โปรตุเกส 2-1 เข้าชนฝรั่งเศส
ชทัพอุรุกวัย ชิงชัยกับทัพ โปรตุเกส 2-1 เข้าชนฝรั่งเศส รอบ 8 ทีมสุดท้าย เกมดวลแข้งฟุตบอลโลก 2018 นัดวันที่ 1 กรกฏาคม 2561 รอบ 16 ทีม คู่ที่สอง เป็นการพบกันระหว่าง “จอมโหด” ทีมชาติอุรุกวัย พบ “ฝอยทอง” โปรตุเกส ที่ ฟิชต์ สเตเดียม เมืองโซชิ ประเทศรัสเซีย ผลงานที่ผ่านมา ทั้งคู่เคยพบกันมาแล้ว 2 ครั้งเท่านั้น เป็นเกมอุ่นเครื่อง

เผยรายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงทั้งสองทีมมีดังนี้

อุรุกวัย (4-4-2) : 1.เฟร์นานโด มุสเลรา – 22.มาร์ติน กาเซเรส, 2.โฮเซ มาเรีย คิเมเนซ, 3.ดิเอโก โกดิน, 17.ดิเอโก ลาซัลต์ – 8.นาอิตัน นานเดซ, 14.ลูกัส ตอร์เรรา, 15.มาติอัส เบซิโน, 6.โรดริโก เบนตันกูร์ – 9.หลุยส์ ซัวเรซ, 21.เอดินสัน คาวานี

โปรตุเกส (4-4-2) : 1.รุย ปาตริซิโอ – 15.ริคาร์โด เปเรรา, 3.เปเป, 6.โชเซ ฟอนเต, 5.ราฟาเอล เกร์เรโร – 11.แบร์นาร์โด ซิลวา, 14.วิลเลียม คาร์วัลโญ, 23.อาเดรียน ซิลวา, 10.เชา มาริโอ – 17.กอนซาโล เกเดส, 7.คริสเตียโน โรนัลโด

หลังจากคู่ก่อนหน้านี้ ฝรั่งเศส เอาชนะ อาร์เจนติน่า 4-3 ประตู ได้สิทธิ์เข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เป็นทีมแรกเรียบร้อยแล้ว เกมของคู่นี้ จึงจะวัดฝีเท้าหาผู้ชนะตามเข้ารอบเป็นทีมที่สอง

โครเอเชีย ดวลแข้งกับทัพ เดนมาร์ก รอบ 16 ทีม ฟุตบอลโลก 2018

โครเอเชีย ดวลแข้งกับทัพ เดนมาร์ก รอบ 16 ทีม ฟุตบอลโลก 2018โครเอเชีย ดวลแข้งกับทัพ เดนมาร์ก รอบ 16 ทีม ฟุตบอลโลก 2018 ฟุตบอลโลก 2018 รอบ 16 ทีมสุดท้าย คู่ที่ 3 ที่นิจนี นอฟโกรอด สตาดิโอน เมืองนิจนี นอฟโกรอด “ตาหมากรุก”โครเอเชีย แชมป์กลุ่มดี ลงสนามพบ “โคนม”เดนมาร์ก รองแชมป์กลุ่มซี เกมนี้ ซลัตโก ดาลิช กุนซือของโครเอเชียได้ส่งตัวหลักอย่าง มาริโอ มานด์ซูคิช, ลูกา โมดริช รวมถึง อิวาน ราคิติช ลงเป็นตัวหลักเช่นเดิม ขณะที่ อาเก ฮาไรเด โค้ชเดนมาร์ก ได้นำทัพมาโดย คริสเตียน อีริกเซน กองกลางจากทอตแนม ฮอตสเปอร์ ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

สำหรับรายชื่อ 11 คนแรกของทั้งสองทีมประกอบด้วย

โครเอเชีย : ดานิเยล ซูบาซิช (ผู้รักษาประตู), ซิเม เวอร์ซัลจ์โก, อิวาน สตรินิช, เดยัน ลอฟเรน, โดมากอย วิดา, อิวาน ราคิติช, ลูกา โมดริช, มาร์เซโล โบรโซวิช, อิวาน เปริซิช, มาริโอ มานด์ซูคิช, อันเต เรบิช

เดนมาร์ก : แคสเปอร์ ชไมเคิล (ผู้รักษาประตู), ไซมอน เคียร์, โยนาส คนุดเซน, อันเดรียส คริสเตียนเซน, มาธิอัส ยอร์เกนเซน, เฮนริก ดัลส์การ์ด, โธมัส เดลานีย์, คริสเตียน อีริกเซน, มาร์ติน เบรทเวด, ยูสซูฟ โพลเซน, อันเดรียส คอร์เนลิอุส